มีบุตรยาก

ทำไมภาวะมีบุตรยากเพิ่มจำนวนขึ้นมากกว่าเมื่อก่อนปัจจุบันเราพบว่าทุก 100 คู่ สามีภรรยาจะมีปัญหามีบุตรยาก 15 คู่ คนที่มีบุตรยากดูได้ง่ายๆ คือ แต่งงานแล้ว 1-2 ปี ไม่ได้คุมกำเนิดใดๆ แต่ยังไม่มีลูก หรือคนที่เคยมีลูกมาแล้ว แต่หลังจากมีลูก 1-2 ปี ไม่ตั้งครรภ์อีก ก็ถือว่าเป็นผู้ที่มีบุตรยากทั้งสิ้น

ทำไมภาวะมีบุตรยากเพิ่มจำนวนขึ้นมากกว่าเมื่อก่อน 1. ปัจจุบันคนแต่งงานช้ามากขึ้น 2. การเข้าสังคมกิน เที่ยว ดื่ม ปัญหาสุขภาพ 3. อายุที่มาก

6 สาเหตุใหญ่การมีบุตรยาก ในการแพทย์จีน 1. ไตบกพร่อง มดลูกเล็กเกินไป ประจำเดือนมาน้อย 2. ตับบกพร่อง ประจำเดือนไม่ปกติ ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนไม่แข็งแรง 3. เลือดลมบกพร่อง ไม่ค่อยย่อยอาหาร จุกเสียดง่าย 4. เสลดเกาะตามชีสต์รังไข่ ประจำเดือนไม่มา ผังผืด 5. เป็นคนธาตุร้อนเกิน ช่วงเชิงกรานอักเสบ 6. เลือดคั่ง ท่อนำไข่ตีบ เนื้องอก ผังผืดในมดลูก หรือที่ปากช่องคลอด

1 เดือนโอกาสมีลูกแค่ 1 วัน วันไข่ตกจะเป็นวันที่อยู่ตรงกลางระหว่างวันแรกที่เริ่มมีประจำเดือนของเดือน ที่ผ่านมา และวันแรกที่เริ่มมีประจำเดือนของเดือนต่อไป ซึ่งจะใช้ได้ผลสำหรับผู้ที่มีประจำเดือนปกติเท่านั้น ซึ่งใน 1 เดือนจะมีวันไข่ตกได้เพียง 1 วันและไข่จะมีอายุอยู่ได้เพียง 24 ชั่วโมงเท่านั้น ซึ่งปกติในคู่สามีภรรยาที่มีเพศสัมพันธ์สัปดาห์ละอย่าง น้อย 2-3 วัน (ไม่ได้คุมกำเนิด) โดยทั่วไปภายใน 5 เดือน จะมีโอกาสตั้งครรภ์ ร้อยละ 50 และในเวลา 1 ปีโอกาสการตั้งครรภ์ก็จะเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 80-90 แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น จะเห็นได้ว่า จริง ๆ แล้ว การตั้งใจที่จะมีบุตร ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ หากทุกอย่างไม่สมบูรณ์ ในเวลาที่เหมาะสมและถูกต้อง หลายคนลองมาทุกวิถีทาง ไม่ว่าจะเป็นการนับวันตกไข่ การใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เข้าช่วย อย่างเช่น การคัดเชื้อฉีดผสมเทียม ทำกิ๊ฟ หรือเด็กหลอดแก้ว แต่ก็ยังไม่ได้ผล การรักษาด้วยยาจีนเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ที่หลายคนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากจะเน้นการปรับสมดุลย์ร่างกายเราก่อนเป็นพื้นฐานสำคัญเพราะว่าอวัยวะทุกอย่าง ในร่างกายนั้นล้วนทำงานอาศัยเกื้อกูลซึ่งกันและกัน นอกเหนือจากการรักษาเรื่องภาวะมีบุตรยากแล้ว ยังส่งผลทำให้สุขภาพดีขึ้น และยังช่วยให้ห่างไกลโรคอีกด้วย หญิง-ชายต้องตรวจภายในก่อนรักษา ฝ่ายหญิง ต้องตรวจ 3 ประเภทด้วยกันคือ หนึ่งให้ตรวจอุลตร้าซาวน์ช่องท้อง มดลูก และรังไข่ ในช่วง 1 สัปดาห์หลังประจำเดือนหมดแล้ว สองให้ตรวจฮอร์โมน 6 ชนิดด้วยกัน คือ TSH, FSH, LH, Estradiol, Prolactin และ Progesterone ซึ่งระยะเวลาการตรวจที่ดีที่สุดคือช่วงมีประจำเดือน 2-4 วัน และสามตรวจดูท่อนำไข่ว่าอุดตันหรือไม่ ซึ่งควรตรวจช่วง 9 -10 วันหลังมีประจำเดือน ฝ่ายชาย ต้องตรวจน้ำเชื้ออสุจิ ว่าเชื้ออสุจิมีปริมาณมากหรือน้อย และมีความแข็งแรงหรือไม่ โดยควรงดมีเพศสัมพันธ์อย่างน้อย 1 สัปดาห์ก่อนทำการตรวจ

 

“แมะ”- “ดูลิ้น” แก้ปัญหาตรงจุด หลังจากได้รับผลตรวจแล้ว จึงค่อยเดินทางไปตรวจแบบ “การแมะ” ตามตำราแพทย์แผนจีน ซึ่งจะมีการดูผลการตรวจของแพทย์แผนปัจจุบัน อาการของผู้ป่วย ร่วมกับการแมะ และการดูลิ้น เพื่อหาวิธีรักษาที่ดีที่สุด ตรงจุดปัญหาที่สุด และจะเน้นการใช้วิธีตามธรรมชาติ

Share on FacebookTweet about this on TwitterShare on Google+Pin on Pinterest

Facebook Comments

comments