รักษาโรคเริม

ความเครียด นอนไม่พอ อ่อนแอ กินของแสลง ต้นเหตุสำคัญของการทำให้โรคเริมกำเริบ โรคเริมเป็นโรคติดต่อที่พบบ่อยขึ้นเรื่อย ๆ แต่หลายคนไม่กล้าที่จะไปปรึกษาแพทย์ และต้องทนอยู่กับความเจ็บปวดทรมาน ที่เป็นขึ้นมาบ่อย ๆ และไม่ว่าจะกินยาอะไรก็ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ หลักสำคัญในการรักษาเริม คือ การปรับสมดุลของร่างกาย ให้ระบบการทำงานทุกส่วนของร่างกายปกติ เพื่อที่จะมีภูมิคุ้มกัน ในการต่อสู้กับไวรัสที่จะอยู่กับตัวคุณตลอดชีวิตและป้องกันเพื่อไม่ให้อาการโรคกลับมากำเริบ ซ้ำหรือขยายใหญ่โตไปติดต่อคนที่เรารักได้อีก

เริมคืออะไร
เริม คือ โรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสเฮอร์ปีซิมเพลกซ์ (Herpes Simplex Virus) ซึ่งเริม ถือเป็นโรคติดต่อ โดยมากมักขึ้นบริเวณปาก และบริเวณอวัยะเพศ

 

สรุปข้อแตกต่างของโรคเริมและโรคงูสวัด
เริม งูสวัด
1. เกิดจากเชื้อไวรัส H. simplex 1. เกิดจากเชื้อไวรัส Varicella-zoster virus
2. กลุ่มของตุ่มน้ำใส ไม่เรียงตามแนวเส้นประสาท 2. กลุ่มของตุ่มน้ำใส
เรียงตัวตามแนวประสาท (dermatome)
3. กลับเป็นซ้ำได้อีก 3. เป็นครั้งเดียว มักไม่กลับมาเป็นซ้ำอีก
4. อาการเจ็บแสบเล็กน้อยกว่ามาก 4. อาการปวดแสบร้อนรุนแรงกว่ามาก
5. ไม่มีอาการปวดดังกล่าว 5. อาจมีอาการปวดตามแนวเส้นประสาท ในภายหลังได้ (post herpetic neuralgia)

เริม มีกี่ชนิด
ไวรัสเฮอร์ปีซิมเพลกซ์ 1 พบในผู้ติดเชื้อบริเวณปาก
ไวรัสเฮอร์ปีซิมเพลกซ์ 2 พบในผู้ติดเชื้อที่มีแผลบริเวณอวัยะเพศ

เริม ติดต่อได้อย่างไร
เริม เป็นติดต่อ ที่สามารถติดต่อได้หลายช่องทาง ไม่ใช่ติดต่อได้ทางเพศสัมพันธ์ทางเดียว ไม่ว่าจะเป็นการเข้าห้องน้ำต่อจากคนที่มีเชื้อเริม การใช้สิ่งของร่วมกับคนที่มีเชื้อเริมเป็นต้น เพราะฉะนั้นจึงควรระมัดระวังหากต้องเข้าห้องน้ำสาธารณะ เพราะอาจมีโอกาสติดเชื้อมาโดยไม่รู้ตัว

 

อาการที่เกิดหลังได้รับเชื้อไวรัสเฮอร์ปีซิมเพลกซ์
เริม มีระยะการฟักตัวของเชื้อไวรัสประมาณ 1-3 สัปดาห์ เมื่อเชื้อฟักตัวแล้วจะมีอาการปวดแสบ ปวดร้อน คัน หรือรู้สึกเหมือนจะเป็นไข้ จากนั้นจะเริ่มมีตุ่มใสๆ เป็นวงเล็กๆ เกิดขึ้น

วิธีการรักษาโรคเริม
การรักษาโรคเริมนั้น ต้องใช้องค์ประกอบ 2 อย่างด้วยกัน คือ การใช้ยา และดูแลตัวเอง จึงจะทำให้เมื่อโรคเริมแสดงอาการจะทำให้หายเร็ว และทำให้ระยะที่ไม่แสดงอาการนานขึ้น จนถึงไม่แสดงอาการอีกเลย

เริมกับการดูแลตนเอง เมื่อเป็นโรคเริม
ดูแลตัวเองให้ดี และหลีกเลี่ยงที่จะนำเชื้อไปติดต่อผู้อื่น รับประทานยาอย่างต่อเนื่องโดยเคร่งครัด แม้ว่าจะแสดงอาการหรือไม่ เพราะการแสดงอาการครั้งต่อไปจะนานขึ้น เสมือนการเพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับร่างก่าย

ปัจจัยที่ทำให้โรคเริมแสดงอาการ
การนอนดึก พักผ่อนไม่เพียงพอ
การไม่รักษาความสะอาด

 

อาหารและเครื่องดื่มที่ทำให้โรคเริมแสดงอาการ
เครื่องดื่มแอลกอฮอล์, ชา กาแฟ, ถั่วชนิดต่างๆ โดยเฉพาะ ถั่วลิสง, ของแสลงต่างๆ หน่อไม้ดองและอาหารทะเลที่ไม่สด

คำแนะนำเพิ่มเติม
เริมเป็นโรคที่ต้องใช้เวลาในการรักษา เพราะฉะนั้นผู้ที่ติดเชื้อเริมควรมีการเตรียมตัวก่อนรักษา ควรทำตามคำแนะนำข้างต้นอย่างเคร่งครัด ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานยาอย่างต่อเนื่อง การดูแลอย่างต่อเนื่องจะทำให้อาการแสดงออกมาน้อย หรือเป็นเวลานานมากกว่าจะแสดงอาการและเมื่อแสดงอาการออกจะหายเร็ว รวมไปถึงไม่ค่อยปวดแสบปวดร้อนหรือคันเมื่อมีอาการ

 

สวนกวางตุ้งคลีนิคขอแนะนำ

                                                      

เหอเจี่ยเซียงตาง 

สรรพคุณ : รักษาเริม ช่วยให้ไวรัสอ่อนตัวลง  เพิ่มภูมิต้านทาน

ตัวยาสำคัญ : แชไต๋ คิงคี๊ หวู่เจ๋ยยี

สกัดจากสมุนไพรจีนแท้ๆ ชั้นดี แผนโบราณ ไม่ใช่ยาสังเคราะห์  ไม่มีสารสเตียรอยด์  ผ่านการปรุงจากแพทย์จีนผู้เชี่ยวชาญด้วยวิธีการและเทคโนโลยีที่ทันสมัย ใน 1 แคปซูลของเหอเจี่ยเซียงตาง  ประกอบด้วยสมุนไพรจีนหลายชนิดที่มีปริมาณพอเหมาะพอดี ทำให้แต่ละตัวออกฤทธิ์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยเฉพาะสมุนไพรที่ให้ผลในการรักษาเริม โรคที่เกี่ยวกับไวรัส ทำให้ไวรัสอ่อนแอ ช่วยเพิ่มภูมิต้านทาน ป้องกันการเป็นเริมซ้ำหรือบ่อยครั้งเกินไป

เริมกับการดูแลตนเอง เมื่อเป็นโรคเริม ดูแลตัวเองให้ดีและหลีกเลี่ยงที่จะนำเชื้อไปติดต่อผู้อื่น รับประทานยาอย่างต่อเนื่องโดยเคร่งครัดแม้ว่าจะแสดงอาการหรือไม่ เพราะการแสดงอาการครั้งต่อไปจะนานขึ้น   เสมือนการเพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับร่างก่าย

อาหารและเครื่องดื่มที่ทำให้โรคเริมแสดงอาการ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์, ชา กาแฟ,

ถั่วชนิดต่างๆ โดยเฉพาะ ถั่วลิสง, ของแสลงต่างๆ โดยเฉพาะ หน่อไม้ดอง อาหารทะเลที่ไม่สด

 

 

หวู่อื๊อเซียงตาง

สรรพคุณ : ปรับธาตุ

ตัวยาสำคัญ : ตานเซียง เทียนจู่หวง หนิวหวง

ประกอบด้วยสมุนไพรจีนหลายชนิดที่ให้ผลในการปรับธาตุ ปรับสมดุล หยินหยาง กินอาหารตามธาตุ   “ธาตุ”  หมายถึง  “สภาวะสภาพ”  ดังนั้น การกินอาหารตามธาตุ  จึงหมายถึง ” การกินอาหารให้เหมาะสมกับสภาวะสภาพของร่างกาย”  นั่นเอง  แนวคิดการแพทย์แผนจีน กล่าวว่า “อาหารและยามาจากแหล่งเดียวกัน”  ในแพทย์แผนจีน ได้กล่าวถึงรสชาติของอาหารที่เข้าสู่ส่วนอวัยวะต่าง ๆ ร่างกาย เช่น  รสเปรี้ยวเข้าตับ รสขมเข้าหัวใจ รสหวานเข้าม้าม (หรือระบบย่อยอาหาร) รสเผ็ดเข้าปอด รสเค็มเข้าไต  นอกจากนี้ยังกล่าวถึงสีของอาหารไว้ด้วย ดังนี้ สีเขียวเข้าตับ สีแดงเข้าหัวใจ สีเหลืองเข้าม้าม สีขาวเข้าปอด  สีดำเข้าไต   นั่นคือ อาหารที่กินเข้าไปจะไปบำรุง และทำร้ายอวัยวะที่แตกต่างกันในร่างกาย

 

 

ไป่ตั๊กเซียงตาง

สรรพคุณ : ล้างสารพิษจากร่างกาย บำรุงลำไส้

ตัวยาสำคัญ : เทียนตง เบ้กฉ้งย้ง หล่อฮังก้วย ฮวงเซียะเอี๊ยะ

ประกอบด้วยสมุนไพรจีนหลายชนิดที่ให้ผลในการขับพิษ ล้างสารพิษภายในร่างกาย ช่วยให้ลำไส้ทำงานได้ดีขึ้น การล้างพิษเพื่อขับของเสียและสารพิษให้ออกไปจากร่างกาย เมื่อ

  • ร่างกายอ่อนเพลียและเหนื่อยง่าย ไม่ค่อยมีแรง เซื่องซึม หดหู่ใจ ไม่กระปรี้กระเปร่า
  • มีอาการของโรคภูมิแพ้ มักแพ้อะไรง่าย เช่น แพ้กลิ่นต่างๆ แพ้อากาศบ่อยๆ
  • มีภูมิต้านทานโรคต่ำ ทำให้ไม่สบายหรือเป็นหวัดได้ง่าย
  • ปวดศีรษะ มึนงงบ่อยๆ ขี้ลืม สมองไม่ปลอดโปร่ง คิดอะไรไม่ค่อยออก
  • มีสิวและผดผื่นขึ้น มีกลิ่นปาก หรือมีแผลในช่องปาก ลมหายใจมีกลิ่นเหม็น
  • นอนหลับยาก รู้สึกว่านอนไม่พอ อารมณ์แปรปรวนง่าย ประสาทตึงเครียด
  • จุกเสียด แน่นท้อง ปวดท้องเป็นประจำ เพราะระบบการย่อยอาหารมีปัญหา มักเป็นโรคเกี่ยวกับกระเพาะอาหาร ลำไส้ การขับถ่ายมีปัญหา ท้องผูกเป็นประจำ ท้องเสียง่าย เป็นริดสีดวงทวาร
  • ผิวหมองคล้ำ เกิดริ้วรอยง่าย ผิวแห้งและหยาบกร้าน ดูแก่กว่าวัย
  • มักปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อหรือข้อต่อต่างๆ

 

 

Share on FacebookTweet about this on TwitterShare on Google+Pin on Pinterest

Facebook Comments

comments