ริดสีดวง

ด้วยอาหารการกินที่ปัจจุบันนี้ดูเหมือนจะฉาบฉวยจนทำให้หลายคนต้องบริโภคแต่อาหารฟาสต์ฟู้ด ซึ่งการละเลยการรับประทานผักและผลไม้นี่เองที่อาจนำพาโรคร้ายอย่าง ริดสีดวงทวาร มาสู่ตัวคุณ โรคริดสีดวงทวาร เป็นภาวะที่มีการอักเสบของเส้นเลือดดำที่ไส้ตรง จนทำให้เส้นเลือดบริเวณนี้โป่งหรือพองออกมา ซึ่งถ้าเป็นมากๆ จะเห็นเหมือนเป็นติ่งเนื้อโผล่ออกมาทางทวารหนัก ผู้ป่วยจะมีอาการเจ็บๆ คันๆ ในระยะแรกและจะเพิ่มอาการเจ็บปวดมากขึ้น การโป่งของเส้นเลือดนี้จะทำให้เกิดการเสียดสีกับอุจจาระ ในที่สุดจะเกิดเป็นแผลและมีเลือดออกขณะเบ่งหรือถ่ายอุจจาระ อาการมดลูกหย่อน ริดสีดวงทวารเส้นเลือดโป่งพอง อาการประจำเดือนมามาก เกี่ยวกับม้ามอย่างไร หน้าที่ของม้าม ในตำราแพทย์แผนปัจจุบันที่กล่าวไว้ว่าม้ามทำหน้าที่สร้างเม็ดเลือดขาวชนิด lymphocyte และ เป็นผู้ทำลายเม็ดเลือดแดงที่หมดอายุการใช้งานแล้วให้ออกจากกระแสเลือดและยังเป็นแหล่งเก็บเลือด โดยจะทำหน้าที่คอยปรับและรักษาสมดุลของปริมาณโลหิตในกระแสเลือด เช่นในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉินมีการสูญเสียเลือดออกจากร่างกายมาก  ม้ามจะเข้ามาทำหน้าที่นี้

แพทย์จีนจะให้ความสำคัญกับม้ามและกระเพาะอาหารเป็นอย่างมาก โดยจะเห็นได้จากตำราโบราณที่มีการบรรยายถึงสาเหตุการเจ็บป่วยต่างๆว่า มีสาเหตุจากการทำงานผิดปกติของม้ามอยู่เป็นจำนวนมาก ม้ามเป็นอวัยวะที่มีส่วนในการทำหน้าที่ผลิต ชี่  (พลังชีวิตในร่างกาย) เพื่อส่งไปทั่วร่างกายเพื่อขับเคลื่อนการทำงานของอวัยวะต่างๆเพื่อให้ชีวิตสามารถดำรงอยู่ได้ โดยกระเพาะอาหารจะทำหน้าที่ย่อยอาหารที่รับเข้ามาจากปากแล้วส่งต่อไปลำไส้เล็กและลำไส้ใหญ่ ส่วนของอาหารที่ย่อยแล้วจากกระเพาะอาหารจะส่งไปให้ม้ามผลิตชี่ (Spleen Qi) ซึ่งจะถูกส่งต่อไปยังปอดเพื่อรวมกับชี่ที่ปอด (Lung Qi) กลายเป็นชี่จำเป็น(Essential Qi) เพื่อส่งต่อไปใช้ทั่วร่างกาย สำหรับชี่ของม้ามซึ่งอยู่ภายในช่องท้องนั้นทำหน้าที่ยึดเหนี่ยวอวัยวะภายในให้อยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง ในขณะเดียวกันจะทำหน้าที่ควบคุมให้เลือดไหลเวียนไม่ให้ออกนอกเส้นเลือด ดังนั้นเมื่อใดที่ม้ามมีความผิดปกติทำให้การทำงานของม้ามลดลง จะทำให้ชี่ของม้ามพร่อง เกิดอาการหย่อนตัวลงของมดลูก เกิดเป็นริดสีดวงทวาร เกิดเส้นเลือดขอด และมีอาการประจำเดือนมากผิดปกติ

 

การดูแลเรื่องอาหารเพื่อรักษาโรคริดสีดวงทวาร

  • กินผัก ผลไม้ชนิดมีกากใยสูงมากๆ เช่น ฝรั่ง แอบเปิ้ล มะละกอสุก เพื่อป้องกันท้องผูก
  • ฝึกอุจจาระให้เป็นเวลา ไม่กลั้น และไม่เบ่งอุจจาระ
  • ดื่มน้ำสะอาดมากๆ อย่างน้อยวันละ 8-10 แก้ว เมื่อไม่มีโรคที่ต้องจำกัดน้ำดื่ม เช่น หัวใจล้มเหลว เพื่อให้อุจจาระอ่อนนุ่ม และขับถ่ายออกได้ง่าย

 

     การดูแลเรื่องการขับถ่าย

  • ให้มีการขับถ่ายอุจจาระทุกวันและเป็นเวลาโดยไม่เบ่งถ่าย โดยทานน้ำ ผัก และผลไม้มากๆ
  • แช่น้ำอุ่นก่อนนอนทุกคืน ครั้งละ 10 นาที เพื่อช่วยให้การไหลเวียนของเลือดดีขึ้น
  • หากมีอาการปวดให้นั่งแช่น้ำอุ่นเสมอ หรือน้ำด่างทับทิมอุ่น ครั้งละ 10-15 นาที วันละประมาณ 2-3 ครั้ง จะช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวดและอาการบวมได้ดี
  • เมื่อมีก้อนเนื้อบวมออกมาบริเวณก้น อาจประคบด้วยน้ำเย็น ซึ่งอาจช่วยลดบวมได้
  • ล้างบริเวณก้นด้วยน้ำอุ่น รักษาให้สะอาดเสมอ โดยใช้สบู่เด็กอ่อนเพื่อลดการระคายเคืองต่อกลุ่มเนื้อเยื่อหลอดเลือดที่กำลังบวม หรือมีการอักเสบ
  • เมื่ออุจจาระ/ปัสสาวะ ไม่ควรทำความสะอาดด้วยกระดาษชำระที่แข็ง ควรชุบน้ำ หรือใช้กระดาษชำระชนิดเปียก และพยายามฝึกไม่เบ่งอุจจาระ

 

การกดจุด 1.กดคลึงจุดระหว่างรูทวารและปลายกระดูกก้นกบ(GV1)กดจนชา ทำซ้ำนาน 2 นาที 2.กดคลึงจุดเหนือปลายกระดูกก้นกบขึ้นมา 1 นิ้ว (BL35) ทั้งสองข้างซ้ายและขวา กดนาน 1 นาที 3.กดจุดที่น่องกึ่งกลางระหว่างจากรอยพับเข่าและส้นเท้า (BL57) กดนาน 1 นาที 4.กดบริเวณแขนด้านในข้อพับเหนือข้อมือขึ้นมาราว 1 ฝ่ามือ (4นิ้ว) (จุดริดสีดวงทวารหรือจุด ErBai) นาน 1 นาที

 

การบำบัดด้วยอาหาร 1.นำเต้าหู้ 1/2 ชิ้น ผสมกับน้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ เทน้ำปริ่มๆก้อนเต้าหู้ ต้มจนเดือดหรี่ไฟอ่อนๆต้มนาน 5 นาที ทานในตอนเช้า 2.นำเกาลัดและน้ำตาล ผสมน้ำ 1 ถ้วยต้มจนเดือดหรี่ไฟอ่อน ๆต้มนาน 3 นาที ทานวันละครั้ง 3.ต้มเห็ดขาวและเห็ดดำอย่างละ 15 กรัม ในน้ำและพลัมแดงตากแห้ง(ลูกพรุน) 30 ลูก ใช้ไฟอ่อนๆ  ทานวันละครั้งนาน 10 วัน/1โปรแกรม 4.นึ่งกล้วยหอม 2 ใบพร้อมน้ำตาลกรวดตามชอบทานวันละ 2 ครั้ง นาน 1 สัปดาห์

 

การฝึกชี่กง 1.ยืนในห้องที่เงียบ ผ่อนคลายลำตัวขมิบก้นเข้ามา ตั้งสมาธิหายใจปกติ 2.ในขณะที่หายใจเข้า ให้หนีบต้นขาเข้าหากันแรงๆ ดันลิ้นให้ชนเพดานปาก ในขณะเดียวกันให้ขมิบก้นไว้ 3.กลั้นหายใจนาน 2 วินาที  หายใจออกผ่อนคลายการขมิบก้น  ทำซ้ำนาน 5 นาที ทำวันละ 2 ครั้ง

                                                      

ยาริดสีดวง   หลี่ชวี่เจียวหนาง                                                        

สรรพคุณ : รักษาริดสีดวงทวาร บำรุงม้าม กระเพาะอาหาร                                                        

ตัวยาสำคัญ : โกฐหัวบัว เทียนตง เพชรสังฆาต

เป็นสมุนไพรจีนแท้ๆ ชั้นดีแผนโบราณ ไม่ใช่ยาสังเคราะห์ ไม่มีสารสเตียรอยด์ ผ่านการปรุงจากแพทย์จีนผู้เชี่ยวชาญ ด้วยวิธีการและเทคโนโลยีที่ทันสมัย  ใน 1 แคปซูล ประกอบด้วยสมุนไพรจีนหลายชนิดที่มีปริมาณพอเหมาะพอดี ทำให้แต่ละตัวออกฤทธิ์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยเฉพาะสมุนไพรที่ให้ผลในการรักษาอาการริดสีดวงทวาร บำรุงม้าม กระเพาะอาหารและลำไส้                                                                                                                                                          

 

หวู่อื๊อเซียงตาง         

สรรพคุณ : ปรับธาตุ         

ตัวยาสำคัญ : ตานเซียง เทียนจู่หวง หนิวหวง                                                             

ประกอบด้วยสมุนไพรจีนหลายชนิดที่ให้ผลในการปรับธาตุ ปรับสมดุล หยินหยาง กินอาหารตามธาตุ   ” ธาตุ ”  หมายถึง  ” สภาวะสภาพ”  ดังนั้น การกินอาหารตามธาตุ  จึงหมายถึง  ” การกินอาหารให้เหมาะสมกับสภาวะสภาพของร่างกาย “  นั่นเอง แนวคิดการแพทย์แผนจีน กล่าวว่า   ” อาหารและยามาจากแหล่งเดียวกัน ”   ในแพทย์แผนจีน ได้กล่าวถึงรสชาติของอาหารที่เข้าสู่ส่วนอวัยวะต่าง ๆ ร่างกาย เช่น  รสเปรี้ยว เข้าตับ  รสขมเข้าหัวใจ   รสหวานเข้าม้าม  (หรือระบบย่อยอาหาร)   รสเผ็ดเข้าปอด   รสเค็มเข้าไต  นอกจากนี้ยังกล่าวถึงสีของอาหารไว้ด้วย ดังนี้  สีเขียวเข้าตับ  สีแดงเข้าหัวใจ    สีเหลืองเข้าม้าม   สีขาวเข้าปอด   สีดำเข้าไต   นั่นคือ อาหารที่กินเข้าไปจะไปบำรุง และทำร้ายอวัยวะที่แตกต่างกันในร่างกาย                                      

 

 

ไป่ตั๊กเซียงตาง        

สรรพคุณ : ล้างสารพิษจากร่างกาย         

ตัวยาสำคัญ : เทียนตง เบ้กฉ้งย้ง หล่อฮังก้วย ฮวงเซียะเอี๊ยะ

ระกอบด้วยสมุนไพรจีนหลายชนิดที่ให้ผลในการขับล้างสารพิษภายในร่างกาย  ช่วยให้ลำไส้ทำงานได้ดีขึ้น

การล้างพิษเพื่อขับของเสียและสารพิษให้ออกไปจากร่างกาย เมื่อ

  • ร่างกายอ่อนเพลียและเหนื่อยง่าย ไม่ค่อยมีแรง เซื่องซึม หดหู่ใจ ไม่กระปรี้กระเปร่า
  • มีอาการของโรคภูมิแพ้ มักแพ้อะไรง่าย เช่น แพ้กลิ่นต่างๆ แพ้อากาศบ่อยๆ
  • มีภูมิต้านทานโรคต่ำ ทำให้ไม่สบายหรือเป็นหวัดได้ง่าย
  • ปวดศีรษะ มึนงงบ่อยๆ ขี้ลืม สมองไม่ปลอดโปร่ง คิดอะไรไม่ค่อยออก
  • มีสิวและผดผื่นขึ้น มีกลิ่นปาก หรือมีแผลในช่องปาก ลมหายใจมีกลิ่นเหม็น
  • นอนหลับยาก รู้สึกว่านอนไม่พอ อารมณ์แปรปรวนง่าย ประสาทตึงเครียด
  • จุกเสียด แน่นท้อง ปวดท้องเป็นประจำ เพราะระบบการย่อยอาหารมีปัญหา มักเป็นโรคเกี่ยวกับกระเพาะอาหาร ลำไส้ ริดสีดวงทวาร ท้องผูกเป็นประจำ ท้องเสียง่าย
  • ผิวหมองคล้ำ เกิดริ้วรอยง่าย ผิวแห้งและหยาบกร้าน ดูแก่กว่าวัย
  • มักปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อหรือข้อต่อต่างๆ